เมื่อเกิดเพลิงไหม้ภายในอาคาร ควันไฟและความร้อน จะกระจายตัวออกไปตามช่องทางที่เปิดกว้าง ตามช่องหน้าต่าง รู ท่อ และช่องทางบันใดภายในอาคาร ไฟจะพาความร้อนและควันไฟ ลอยตัวขึ้นสูงเสมอ บันใดขึ้นลง ตามปกติเป็นช่องทางที่เปิดกว้าง จึงกลายเป็นปล่อง ที่ควันไฟและความร้อนลอยตัวขึ้น บุคคลที่อยู่ในอาคาร จึงไม่สามารถลงมาตามบันใดได้ ต้องหนีไปตามชั้นบนไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเปิดประตูห้องออกมา พบกับควันไฟและความร้อน ก็ออกมาไม่ได้ ต้องอาศัยออกทางหน้าต่าง ถ้าหน้าต่างปิดกั้นไปด้วยลูกกรงเหล็ก ไม่สามารถเปิดออกได้ คงจะต้องตกอยู่ในสภาวะแวดล้อม ที่เต็มไปด้วยควันไฟที่เป็นพิษ และความร้อนที่ลอยขึ้นมา
จากเหตุผลของการลุกไหม้ภายในอาคาร มีสภาพลอยตัวขึ้นสูง ไปตามช่องทางที่เปิดกว้างนี้เอง จึงจำเป็นต้องหามาตรการป้องกัน การติดต่อลุกลามของไฟ และมาตรการที่ให้มีช่องทางหนีไฟ แต่มาตรการต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้เพื่อความปลอดภัย ต้องประกอบด้วย การออกแบบที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย พร้อมทั้งขึ้นอยู่กับเจ้าของ ผู้ครอบครองอาคาร ผู้ใช้อาคาร ดังนี้
- ให้ผู้เช่าอาคารตึกแถวที่อยู่อาศัย ต้องออกแบบให้สามารถป้องกันการติดต่อลุกลาม และเส้นทางหนีไฟ เช่น หน้าต่างที่เปิดออก ไปสู่ด้านนอกอาคาร หรือระเบียบ ต้องสามารถเปิดออกได้ รวมทั้งดาดฟ้าระเบียบ หรือกันสาดของตึกแถว ต้องสามารถเป็นเส้นทาง ในการหนีไฟได้โดยรอบ
- ผู้ใช้ตึกแถวเป็นอาคารผู้อยู่อาศัย หัวหน้าครอบครัว ควรแนะนำบุคคลที่อยู่ในครอบครัว ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในแผนการหนีไฟ และการฝึกบุคคลในอาคาร ให้รู้หลักในการป้องกัน และการหนีไฟ ดังนี้
ปฏิบัติตามหลักการในการป้องกันอัคคีภัย 4 ประการ
- การจัดระเบียบเรียบร้อยดี เพื่อป้องกันการติดต่อลุกลาม โดยไม่ทำให้เกิดสถานไฟลุกลาม จากแหล่งที่มีความร้อน ที่จะทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้น เช่น ไม่ควรกองสุมวัสดุสิ่งของ ไว้ใกล้ความร้อน หรือล่อแหลมต่อการลุกไหม้ และติดต่อลุกลาม
- การตรวจตราซ่อมบำรุงดี บรรดาสิ่งที่นำมาใช้ในอาคาร หรือในการประกอบกิจการ เช่น สายไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์การหุงต้ม ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และปลอดภัย เป็นการระมัดระวังสาเหตุของอัคคีภัย ที่จะเกิดขึ้น โดยมาจากสาเหตุของไฟ ที่จะเกิดขึ้นในอาคารอยู่อาศัย จะเกิดขึ้นที่ห้องนั่งเล่น 37% ห้องครัว 22% ใต้ถุนหรือบันใด 14% ห้องนอน 13% และอื่น ๆ ดังนั้น เราต้องดูแลส่วนต่าง ๆ ให้ดี
- ความมีระเบียบวินัยดี โดยมีจิตสำนึกของความปลอดภัย ในการป้องกันอัคคีภัยอยู่เสมอ ไม่ฝ่าฝืนข้อห้ามที่วางไว้ เพื่อความปลอดภัย
- ความร่วมมือที่ดี ถือปฏิบัติตามคำแนะนำ ที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง หรือนายตรวจป้องกันอัคคีภัย เพื่อลดภยันตรายแก่ชีวิต และทรัพย์สิน
การฝึกหนีไฟ หัวหน้าครอบครัว แนะนำผู้อยู่อาศัย ให้รู้เส้นทางหนีไฟ และฝึกสมมติเหตุการณ์หนีไฟ
- เขียนแผนผังเส้นทางหนีไฟ ในชั้นอาคารที่อยู่อาศัย สำหรับห้องนอนของคนในครอบครัว ต้องมีเส้นทางหนีไฟได้ 2 ทาง
- ติดแผนผังไว้ให้เห็นได้ง่ายในห้องนอน
- เขียนสถานที่เป็นหน้าต่าง ประตู ช่องทางเดิน ถ้าชั้นของอาคารมีระเบียบโดยรอบ เขียนเป็นเส้นทางออกหนีไฟ
- ทางออกของห้องนอน และทางออกทางหน้าต่าง เป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะใช้หนีไฟ
- ทดสอบหน้าต่าง ว่ามีส่วนที่จะเปิดออกได้หรือไม่ หน้าต่างของห้อง ต้องสามารถเปิดออกไปสู่ระเบียบ ที่ใช้เป็นเส้นทางหนีไฟได้ เมื่อต้องการใช้หนีไฟ
- ในแผนผังหนีไฟ ควรเขียนเป็นลูกศรธรรมดา แต่ที่เป็นเส้นทางออก ที่ต้องไปสู่ทางเดินของควันไฟ และความร้อน ต้องเขียนเป็นลูกศรหนาทึบ ให้แตกต่างกับลูกศรที่แสดงเส้นทางออกหนีไฟ
- ข้อแนะนำคนในครอบครัว ทุกคนต้องมีส่วนร่วม ในการรับรู้ และการฝึกหัด ในการใช้เส้นทางหนีไฟ ในแผนผังที่ได้แสดงไว้
- เมื่อหลับอยู่บนที่นอน หรือสถานที่ใกล้ทางไปสู่บันใด สมมติว่า ควันไฟและความร้อนพุ่งผ่านขึ้นมาตามบันใด ก็ต้องหนีออกไปในเส้นทางที่ปลอดภัย (โดยปกติออกทางหน้าต่าง)
- กำหนดสัญญาณให้ทุก ๆ คนได้ทราบว่า มีเหตุเพลิงไหม้ พยายามปิดช่องทาง ที่ควันไฟและความร้อนที่จะรอดผ่านเข้ามาได้
- ถ้าไม่สามารถหนีออกได้ ควรทุกฝาผนัง ให้คนในห้องได้รู้หรือตะโกน ใช้นกหวีดหรือทุบสิ่งของ โลหะ แล้วแต่กรณี ให้ทุกคนรู้ว่าติดอยู่ ไม่สามารถออกมา
- ก่อนจะเปิดประตู ต้องทดสอบความร้อน ที่เกิดจากการลุกไหม้จากภายนอก โดยใช้มือสัมผัสประตู ถ้าร้อนหรือมีควันลอดผ่านเข้ามา ก็ไม่ต้องเปิดประตู
- เมื่อหนีออกมาได้แล้ว รีบไปพบคนที่อยู่ในครอบครัว แล้วตรวจสอบว่า ทุกคนออกมาหมดแล้วหรือยัง
- แจ้งข่าวให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทราบ ต้องรีบแจ้งว่า มีใครติดค้างอยู่หรือไม่ สถานที่เกิดเพลิงไหม้ ต้องแจ้งให้ชัดเจน และบอกชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งเหตุด้วย
|